[PT...tell a story] ศราวุธ บูชา

ศราวุธ บูชา
ศิษย์เก่า คณะสหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด มศว
ปัจจุบัน นักกายภาพบำบัด ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัด BPK รัฐ สุลต่านโอมาน
สวัสดีครับ พี่ๆน้องๆ กายภาพบำบัด มศว ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ รศ.ดร.รัมภา ที่ให้โอกาสได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศนะครับ ถ้าน้องๆอยากได้ข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมก็ติดต่อสอบถามได้ทาง facebook เลยนะครับ
ขอเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่าทำไมถึงตัดสินใจเลือกเรียนกายภาพบำบัดก่อนละกันครับ อันดับแรกเลยคืออยากทำงานในโรงพยาบาล เหตุผลต่อมาคือเรื่องของความมั่นคงในอาชีพ คือวิชาชีพนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในวงการแพทย์ ซึ่งเรียนจบมาก็สามารถทำงานได้หลากหลาย ทั้งในโรงพยาบาล คลินิก ศูนย์ออกกำลังกาย สปา อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งไม่ตกงานแน่ๆครับ พอสอบติด สหเวชศาสตร์ มศว สาขากายภาพบำบัดในช่วงที่เรียนปี 1-2 นั้นมีกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัยมากมายทำให้ได้รู้จักพี่ๆเพื่อนๆ ทั้งในและนอกคณะ ซึ่งชีวิตในมหาวิทยาลัยสนุกมากๆครับ ส่วนการเรียนก็พยายามตั้งใจเรียนเพราะเนื้อหาการเรียนการสอนเข้มข้นจริงๆครับ ต้องอ่านทบทวนบทเรียนบ่อยๆ พอเข้าปี 3-4 ก็ได้เรียนวิชาทางกายภาพบำบัด พอก่อนจะเรียนจบก็ได้ฝึกงานตาม รพ.ต่างๆ อันนี้ผมชอบมากๆ เพราะได้เที่ยว และได้เรียนรู้ระบบการทำงาน รวมถึงทำให้มีทักษะต่างๆมากขึ้น
เมื่อเรียนจบ ได้มาทำงานที่ รพ.กรุงเทพ ซึ่งเป็นที่ๆ ทำให้ได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ได้รับการอบรมการให้บริการให้ผู้ป่วยประทับใจ และการทำงานที่เป็นระบบที่มีมาตรฐาน ส่วนด้านวิชาการนั้นก็ได้เรียนรู้ และฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องทำให้การทำงานในแต่ละวันมีความลื่นไหน และสนุกกับงาน คนไข้ส่วนใหญ่ที่ได้ดูแล มักเป็นชาวต่างชาติ ก็ทำให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับบ่อยๆ เพื่อการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการอธิบายคนไข้ ทั้งหมดนั้นส่งผลให้ทักษะทางภาษาของเราพัฒนาขึ้นอัติโนมัติ ตามหลักการณ์นิวโรเป๊ะเลยครับ คือได้ใช้บ่อยๆก็คล่องเอง แต่ถ้าไม่ใช้ก็สะดุดทันทีเลยครับ
หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาประมาณ 9 ปี ก็ได้ไปสมัครสอบคัดเลือกไปทำงานที่ ประเทศโอมาน ในเครือ รพ.บางปะกอก (ทำไมถึงอยากไปทำงานต่างประเทศ คำตอบคืออยากหาอะไรใหม่ๆ และอยากท่องเที่ยวครับ นั่นก็คือจุดเปลี่ยนของชีวิตการทำงานครั้งใหญ่ครับ สิ่งต่างๆที่ไม่เคยทำ ก็ได้ทำ ปัจจุบันศูนย์กายภาพบำบัดของไทยเราเป็นที่นิยมมากครับ คนไข้จากประเทศอาหรับใกล้เคียงบินมารับการบริการอย่างต่อเนื่อง คนไข้เกือบทั้งหมดเป็นชาวโอมานและยุโรป สิ่งที่น้องต้องเตรียมคือความรู้แน่นๆไว้ตอบคำถามผู้ป่วยและญาติ ทั้งด้านการแพทย์ ด้านกายภาพบำบัด เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และสร้างมั่นมั่นใจว่าเราจะช่วยเค้าได้จริงๆ จะเห็นได้ว่าภาษา และทักษะในการสร้างความสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆครับ ถ้าใครเก่งภาษา และมนุษยสัมพันธ์ดีก็ไปได้ไกลมากๆเลยครับ
การมาทำงานที่นี่ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับโดยให้ดูการประกาศรับสมัครงาน ทาง facebook สมาคมกายภาพ หรือไม่ก็ทาง internet ต่อมาให้เตรียมสอบภาควิชาการทั้งทางการแพทย์ และกายภาพบำบัด (เรียกว่าการสอบ Prometric test ให้ได้มากกว่า 60%ขึ้นไป ) แล้วเตรียมหลักฐานต่างๆที่ โรงพยาบาลนั้นต้องการ เช่น CV หรือ resume ,ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ใบปริญญา แปลเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อสอบผ่านวิชาการก็บินมาสอบสัมภาษณ์ที่โอมานครับ เพื่อรับใบอนุญาติจากกระทรวงสาธารณสุขโดยใบอนุญาติจะมีอายุ 2 ปี ครับ ด้านการใช้ชีวิตที่โอมานก็สะดวกสบายดี มีทุกอย่างที่ต้องการ อาหารการกินก็สะดวกครับ เราจะทำอาหารทานกันเองซะส่วนใหญ่ วัตถุดิบในการทำอาหารหาได้ตามห้างเลยครับ โดยรวมถือว่าค่าครองชีพใกล้เคียงกับกรุงเทพครับ ข้อดีมากๆเลยคือรถไม่ติด อากาศดีและภูมิประเทศสวยงาม ซึ่งติดทะเล เหมาะสำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบสบายๆครับ สภาพอากาศช่วงหน้าร้อนก็ร้อนเอาการเลย แต่ก็ไม่น่าเป็นปัญหาครับ เพราะช่วงนั้นก็ใช้ vocation กลับบ้าน ไปพักหนีร้อน พอถึงฤดูหนาวก็ยาวนานกว่าบ้านเราครับ อากาศจะเย็นๆ ประมาณ 4-5 เดือน ส่วนด้านการทำงานนั้นขึ้นอยู่กับระบบงานของโรงพยาบาลหรือคลินิกนั้นๆครับ ว่ามีนโยบายและลักษณะงานที่ต้องทำมีอะไรบ้าง ด้วยการที่คนไข้อาหรับส่วนใหญ่เคยไปรักษาที่เมืองไทย แล้วเกิดความประทับใจ ในการบริการ และคุณภาพทางการแพทย์ จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยครับในการดูแลรักษา คนไข้ที่นี่เชื่อฟังและให้เกียรติ์เราเกือบๆทุกคนเรียกเราว่าหมอ แต่เราก็อธิบายครับว่าเราคือนักกายภาพบำบัด ส่วนเรื่องค่าตอบแทนของนักกายภาพบำบัดในต่างประเทศก็ถือว่าไม่น้อยเลยครับ อันนี้ขึ้นกับบริษัท และประสบการณ์การทำงานของแต่ละคน การทำงานที่นี่ทำให้มีโอกาสได้ท่องเที่ยว และได้เรียนรู้ทักษะการรักษาใหม่ๆจากคอร์สอบอบรมต่างๆพร้อมๆกับนักกายภาพบำบัดจากยุโรป ที่มาทำงานในตะวันออกกลางครับ ซึ่งจะทำให้เราได้พบเพื่อนใหม่ๆในวิชาชีพมากมาย ซึ่งไม่น่าเบื่อแน่นอนครับ
มาถึงวันนี้แล้ว คำถามที่หลายคนถามว่าทำไมผมถึงเลือกเรียนสาขากายภาพบำบัด ตอบได้เลยครับว่า สิ่งที่ได้จากวิชาชีพนี้ มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง คือความสุข ความสนุกจากการทำงาน และที่สำคัญที่สุดนั้นเราได้มีโอกาสดูแล บำบัดรักษาผู้ป่วย จนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ และกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
สุดท้ายนี้ พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆประสบความสำเร็จ ทั้งด้านการเรียน การทำงาน และมีความสุข ความภูมิใจที่ได้เป็นนักกายภาพบำบัด จาก รั้ว มศว นะครับ

Date: 
Wednesday, October 4, 2017